สุดระทมทนทุกข์นอนติดรั้ว ด้วยตัวเป็นเพียงจรใครจะสน แม้จะเจ็บมาหลายวันก็ต้องทนเพราะคนไร้ไม่มีแล
หากในวันนี้จำต้องทุกข์เราก็ยังสามารถที่จะร้องบอกกับใครเพื่อที่จะขอความช่วยเหลือได้ แต่ถ้าเกิดมาเป็นเพียงสัตว์จรที่ไร้แม้ปากหรือเสียงที่จะไปบอกใครเขาว่าตนกำลังตกทุกข์หรือเดือดร้อน สิ่งเดียวที่จะทำได้ก็ต้องยอมจำทนกับสิ่งที่ตนต้องเจอแม้จะเจ็บเพียงใด
เช่นเดียวกับเรื่องราวนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า ภัทรภร ศรีสุระ ได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวของเจ้าตูบรายนี้หลังนอนแน่นิ่งติดรั้วมาหลายวันซึ่งตัวเขานั้นก็เป็นคนที่ได้มาพบเจอ โดยก่อนหน้านี้ก็ได้มีชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวพยายามที่จะตามหน่วยกู้ภัยให้เข้ามาช่วยเหลือแต่ก็เห็นเป็นเพียงแค่จร
หนึ่งชีวิตจึงต้องจำทนมาหลายวันเพราะเขาไม่เข้ามาช่วย เธอจึงตัดสินใจที่จะช่วยเหลือน้องเอง เพราะเห็นว่าทุกชีวิตนั้นก็มีค่าไม่ใช่เพียงแค่คำว่าหมาจร โดยเธอได้เล่ารายละเอียดเอาไว้ว่าเธอก็เพิ่งไปเจอน้องมาในวันนี้ไม่รู้ว่าต้องติดอยู่แบบนั้นมานานกี่แรมวันกี่คืนแล้ว
ซึ่งสภาพของน้องก็ย้ำแย่เพราะด้วยน้องน่าจะติดมาหลายวันแล้ว ขาช่วงล่างใช้การไม่ได้เลย ตอนนี้ช่วยออกมาแล้วค่ะ คงจะดิ้นอยู่ในขี้โคนหลายวัน ช่วยล้างโคนแล้วเอาอาหารและน้ำมาให้กับน้องได้ดื่มแล้ว และเอาร่มกลางเอาไว้ให้น้องอยู่ แต่ข้างทางก็เป็นป่าที่มีน้ำขลัง
ซึ่งก็ได้แค่เอาไม้กระดานปูเอาไว้ด้วยความเป็นห่วงเพราะถ้าเมื่อไหร่ที่ฝนตกก็คงจะแย่เอามากๆ จึงอยากจะขอความเมตตาหาบ้านใหกับน้อง โดยพิกัดที่เธอได้ระบุเอาไว้นั้นคือ ซอยที่ดินไทยก่อนถึงซอยโรงพยาบาลบางนา 5 อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
ที่มา ภัทรภร ศรีสุระ
หนุ่มตอกกลับเหล่าพ่อค้าแม่ค้าที่คิดจ้องเล่นงานหมาจร แม้ถูกเขาว่าแต่ยอมปกป้องสุดกำลังที่มี
เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : โอ โต ได้เผยเรื่องราวของเจ้าบุญหลาย บุญหลายเป็นหมาจรที่ชอบเดินมาหาที่ตลาดที่เขาขายของอยู่ โดยตัวเขานั้นจะให้ข้าวให้น้ำน้องทุกเย็น แต่มีแค่เมื่อวานนี้เองที่ตัวเขาเองไม่ได้เอาอาหารมาให้จนกระทั่ง วันนี้เขาถูกพ่อค้าแม่ค้าเหล่านี้ต่อว่าอย่าไปให้อาหารมันกิน และพบน้องอยู่ในสภาพที่ผิดปกติแปลกไป
.
โดยเจ้าของโพสต์ได้เล่าว่า ทนอ่านน่อยนะครับ น้องเป็นหมาจรเคยหล่อ ร่าเริง แต่มาวันนี้น้องอาจต้องพิการแล้ว หลายท่าน คงจะพอรู้จักจ้าวบุญหลาย ที่ผมไปเจอน้องช่วงขายของใกล้ตลาดๆที่ขายของป่า น้องจะมาหาผมทุกวันที่ร้านจนเราสนิทกัน จนผมไม่ได้ไปขายของ2อาทิตกว่าแล้ว
แต่ผมก็ยังคงให้ข้าวเขาทุกๆตอนเย็น ทุกวัน ยกเว้นเมื่อคืนที่ฝนตกหนักมาก และวันนี้ ผมเลยไปหาเขาเร็วหน่อย ไปยังจุดแรก ที่เคยให้อาหารฝั่งตลาด พอผมถืออาหารลงจากรถไป แต่มีพ่อค้าผู้ชายเดินมาหาผมและบอกว่า อย่ามาให้อาหารหมาแถวนี้ได้มั้ย คนแถวนี้ไล่มันอยู่ มันมาขโมยของเขากิน
ผมนี่งงและเริ่มโมโหเลยและพูดกลับไปว่าก็เพราะพวกพี่ไม่ให้อะไรเขากินไง เขาถึงต้องขโมยอยู่แบบนี้ เพราะพวกคุณไม่ให้อะไรเขากินไม่ใช่เหรอ ผมถึงต้องเอาอาหารมาให้แล้วพ่อค้าตอบว่าไปให้ที่อื่นสิ ผมเลยว่าแล้วทำไม ต้องมาห้ามผมด้วย ผมเห็นเขาอยู่แถวนี้ ก็ต้องมาให้ที่นี่แล้วก็มีแม่ค้าคนหนึ่งตะโกนว่าให้ผมให้อาหารไปเถอะ
แต่สีหน้าคำพูดไม่พอใจอย่างมาก ผมก็เลยเอาไปให้ไกลๆในชายป่าแล้วก็ขับรถจะกลับ และมาเจอ น้องบุญหลาย นอนอยู่อีกฝั่งของตลาดแห่งนี้ผมเลยจอดรถลงไปหาน้อง พอลงไปเห็นสภาพเขาแล้ว ผมร้องไห้ออกมาเลยปกติน้องต้องดีใจ กระโดดให้มือผมแต่วันนี้น้องเดินแทบไม่ไหวแล้วแถมเดินตัวงอ
ขาหลังส่วนหลังงอเดิน 2-3เก้า ก็นอนล้ม ขาหน้าบวม มีแผลตามตัวเต็มไปหมด ผมเลยสงสัยนานแล้วที่น้องมีแผล1-2จุด ก็คิดว่าน่าจะฟัดกันเอง จนมารู้วันนี้ น้องโดนคนพวกนี้กระทำมา ผมอยากเอาเขากลับมาด้วยตอนนั้นเลย น้องอยู่นั่นไมปลอดภัยแน่
เขาน่าสงสารมากๆ แต่ผมกลัวน้องจะกระโดดลงจากรถ ไม่มีคนขับรถ ผมได้แต่ร้องไห้และคุยกับเขาว่าหนูต้องอดทนนะลูกเอ้ย หนูต้องไม่พิการนะ พรุ่งนี้พ่อจะหาวิธีหาคนมาช่วย...
หมาตรอมใจเห็นเจ้าของสิ้นใจต่อหน้าต่อตา กินไม่ได้จนเกิดป่วยหนักแต่โชคยังดีมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น
เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : Tus Tieanthong ได้เผยเรื่องราวที่สุดของความรักของน้องหมาที่ชื่อเจ้าฟอร์ด เจ้าฟอร์ดเป็นหมาที่ติดแม่มาก ไม่ว่าแม่จะไปไหนก็ต้องมีฟอร์ดนั่งอยู่เคียงข้างด้วย จนกระทั่งแม่ของฟอร์ดเกิดขับรถตกครองในขณะที่มีฟอร์ดนั่งไปด้วย
.
โดยเจ้าของโพสต์ได้เล่าว่า อยากแบ่งปันเรื่องราวความรักของน้องหมาตัวนึง หมาตัวนี้ชื่อ ฟอร์ด ฟอร์ดเปนหมาพันธุ์เตี้ย จิตใจดี ชอบเล่น ชอบนั่งรถยนต์ไปกับแม่อยู่เป็นประจำ อยู่มาวันนึงเมื่อสองปีก่อน แม่เขาขับรถออกไป โดยเจ้า ฟอร์ดก็ไปกับแม่ด้วย แต่วันนั้นเกิดเหตุการณ์ที่เศร้าที่สุด โดยแถวบ้านน้ำท่วม แม่กำลังจะขับรถไปเติมน้ำมันโดยตัดทุ่งไป น้ำท่วมปิดทาง โดยตัวแม่มองไม่เห็น ทำให้รถไหลตกข้างทางและจมหายไป
แต่มีพี่ๆคนหาปลาที่อยู่แถวนั้นมาเข้ามาทุบกระจกแต่ไม่เห็นคน เห็นแต่เจ้าฟอร์ด แม่สิ้นใจในเหตุการครั้งนั้น เป็นข่าวหน้าหนึ่งเลย ตอนที่มีคนจูงเจ้าฟอร์ดออกมา ฟอร์ดเฝ้ามองไปที่รถตลอดหันหลังมองจนลับตาไป มองว่าแม่จะออกมาหรือไม่ ในตอนนั้นฟอร์ดก็ยังปกติดี กินข้าวได้เล็กน้อย ไม่ได้มีอาการป่วย โดยก่อนหน้านั้นเลย จนวันที่ฌาปนกิจแม่ ฟอร์ด ฟอร์ดก็ไม่กินข้าวกินน้ำเลยต้องไปนอนที่โรงพยาบาล
เป็นเดือน อาการแย่ลงเรื่อยๆ เดินไม่ได้ ขาหลังไม่มีแรงทั้งสองข้าง หมอหาสาเหตุไม่ได้ว่าฟอร์ดเป็นอะไร แต่หมอให้ทำใจ แต่ผลสุดท้าย พ่อก็ให้เอากลับบ้านถ้าจะสิ้นลมก็ให้เค้าไม่ต้องเดียวดายอยู่ที่โรงพยาบาล สุดท้ายนำกลับมา พ่อหายาแก้อัมพาตต้มให้น้องกินทุกวัน ทำกายภาพให้น้องทุกวัน
คนในครอบครัวแวะเวียนมาหาอยู่บ่อยมากๆ กอดเค้าทุกวัน พูดให้กำลังใจน้อง พูดเสมอว่าหายไวๆนะเดี๋ยวแม่เป็นห่วง ผลสุดท้ายฟอร์ดก็สามารถกลับมาเดินได้ แข็งแรง วิ่งเล่นได้เหมือนปกติ พอกลับไปหาหมอ หมอยังตกใจว่าเป็นไปได้ยังไง ทุกวันนี้อ้วนท้วนมากจ้า แข็งแรงสุดๆ นี่ละมั้งที่เรียกว่า
ปาฏิหาริย์แห่งความรัก...
ไม่ได้หลับไม่ได้นอน ตี 3 ร้องเสียงดังโวยวายเปิดไฟดูจะคลอดเอามานอนกอดทั้งกะละมัง
ในบางคนที่เมื่อได้มีแฟนแล้วตัวเป็นทาสแมวแต่แฟนก็ไม่ชอบแมวในตอนแรก ซึ่งเราก็จะเห็นกันมาหลายๆครั้งที่เมื่อได้อยู่ร่วมกินกันไปเมื่อถึงเวลา ตัวของเราที่ได้เลี้ยงเจ้าเหมียวมาก่อนเองกับต้องเป็นส่วนเกินอย่างบอกไม่ถูก เขาถึงได้บอกกันเอาไว้ว่าจะเก็บอะไรเข้าบ้านก็ให้ดูให้ดี
เชกเช่นเรื่องนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Ungkana Naulplub ได้โพสต์เล่าเรื่องราวของเจ้าเหมียวตัววุ่นหลังจากที่เมื่อคืนในเวลาตี 3 เธอไม่ได้หลับไม่ได้นอนเพราะเจ้าเหมียวกำลังจะคลอดจึงต้องเปิดไฟกันวุ่นวายไปหมด เพราะเจ้าเหมียวนั้นไม่ยอมที่จะคลอดถ้าแฟนของเธอไม่ได้ไปเฝ้านางไว้
งานนี้บ้านแทบแตกเพราะคนก็จะนอนไม่ได้แมวก็จะไม่คลอด เลยทุลักทุเลเหมือนในภาพเพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่แฟนของเธอนั้นเข้าไปนอนและปิดไฟ เจ้าเหมียวก็จะเข้ามาโวยวายตามถึงในห้องนอนพร้อมกับส่งเสียงร้องให้ไปดูไปเฝ้าด้วยตัวนางที่กำลังเจ็บท้องและจะคลอดลูก
จนท้ายสุดก็เหมือนที่ได้เห็นในภาพแฟนของเธอต้องจำเอากะละมังมากอดกกเอาไว้เมื่อยามหลับบนที่นอน ไม่งั้นไม่ได้นอนทั้งเธอและแฟน แต่ทว่านอนอย่างเดียวก็ไม่ยอมด้วยนะต้องกอดกะละมังเอาไว้ งานนี้ทาสเลยไม่ได้หลับไม่ได้นอนทั้งคืน แต่ทว่าเธอก็ได้เล่าความจริงในตอนสุดท้ายเอาไว้
ว่าจริงๆแล้วตัวเธอนั้นเป็นคนเก็บนางมาเลี้ยงซึ่งเธอก็มาก่อนและเมื่ออยู่กันไปอยู่กันมาแฟนของเธอก็เริ่มที่จะหลงรักนางจนออกหน้าออกตาและนางก็ดูท่าว่าจะสมยอมใจเสนอตัว จึงอยากจะฝากเพื่อนๆเอาไว้คิดกันว่าจะเก็บอะไรมาก็ให้ช่วยดูว่านั่นงูหรือแมว
ที่มา Ungkana Naulplub
ผิดสังเกตเห็นตัวอย่างควายนึกว่าท้องพาไป Xray ผลที่ได้ขอเรียกเงินคืนแทบไม่ทัน
ด้วยจากความเป็นทาสแมวนั้นก็เหมือนกับเรากำลังตกหลุมรักกับอะไรบางอย่าง ด้วยการเลี้ยงพวกเขาก็ทำให้เรากลายเป็นพ่อเป็นแม่ไปโดยปริยาย อาจะด้วยความน่ารักและใส่ซื่อบริสุทธิ์ของพวกเขา หรือแม้แต่การเรียนรู้กับการเจริญเติบโตทำให้ทาสแมวหลายคนนั้นโงหัวไม่ขึ้น
เช่นเดียวกับเรื่องนี้เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Eakkapob Dongpaleethun ได้โพสต์เล่าประสบการณ์ของการเลี้ยงแมวของเขาลงในโลกออนไลน์ หลังจากที่เจ้าเหมียวสุดรักที่มีนามว่า ฉุย ได้เริ่มอ้วนถ้วนสมบูรณ์ขึ้นไปผิดตา เมื่อท้องของน้องได้เริ่มที่จะออกประจวบกับเจ้าฉุยนั้นเป็นแมวเพศเมีย
ทำให้ผู้โพสต์หรือเจ้าของนั้นคิดว่าน้องได้เริ่มที่จะตั้งครรภ์ และด้วยซึ่งความเป็นห่วงของผู้เป็นเจ้าของรายนี้ทันทีทันใดเขาก็ได้พาน้องไปพบกับสัตวแพทย์เพื่อปรึกษาในเรื่องของการฝากครรภ์ แต่ทว่าคุณหมอก็ได้แจ้งให้ทราบและพาตรวจอย่างละเอียดเพิ่มเติมว่าด้วยต้อง Xray
ซึ่งเมื่อเวลาได้ผ่านไปเจ้าฉุยก็ได้ขึ้นเตียงทำการ Xray อย่างเสร็จสรรพ และเฝ้ารอผล Xray ออกมา แต่ทว่าเมื่อผลได้ออกมาคุณหมอก็ได้มาแจ้งกับทางผู้เป็นเจ้าของว่า ให้ทำใจนะครับเพราะผลที่ได้น้องได้ตรวจออกมาพบเจอแต่อึและไขมันบริเวณท้อง ซึ่งไม่ได้มีการตั้งท้องหรือตั้งครรภ์แต่อย่างใด
ผู้โพสต์จึงได้มาโวยลงหน้าโลกออนไลน์และขอเรียกเก็บเงินคืนค่า Xray จากเจ้าฉุยเจ้าเหมียวพุงโตที่ตัวใหญ่ขึ้นจนทำให้เข้าใจผิดคิดว่าน้องกำลังตั้งท้อง งานนี้เลยทำให้หลายๆคนต่างพากันเข้ามาแสดงความคิดเห็นและหัวเราะในสิ่งที่เจ้าเหมียวได้ทำให้เจ้าของเข้าใจว่าตนกำลังท้อง ทั้งนี้ก็อยากจะฝากเอาไว้หากเพื่อนๆคนไหนที่ได้เลี้ยงแมวก็อยากจะให้เอ๊ะใจคิดว่าคำว่าอ้วนกับคำว่าท้องนั้นต้องแยกให้ออกด้วยนะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก Eakkapob Dongpaleethun
มุดโขดหินรอแม่หาอาหารให้ ด้วยตัวเป็นจรไร้บ้านเหมือนใครๆต้องคอยหลบซ่อนสัตว์ร้ายที่คอยเล่นงาน
เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : Ratchamol Na Songkhla ได้เผยเรื่องราวหลังเธอนั้นได้พบเจอกับลูกหมาตัวน้อย ที่ต้องนอนอิงแอบอยู่ในซอกหิน ใจนึงเธอก็อยากให้น้องได้กินนมแม่อยากให้น้องอยู่กับแม่ที่รักน้อง แต่ใจก็กลัวหากไม่ช่วยก็ไม่รู้ว่าชีวิตของน้องจะต้องทนทุกข์มากแค่ไหน
.
โดยตัวเธอนั้นมักให้ข้าวหมาจรอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว และวันนี้เองในขณะที่กำลังให้ข้าวน้องอยู่สายตาก็เหลือบไปเห็นลูกหมาตัวน้อยที่กำลังแอบอยู่ในซอกหิน เหมือนน้องมีหินเป็นบ้าน เธอก็เลยเกิดความสงสารอยากจะรับน้องมาเลี้ยง แต่ใจก็ยังคงลังเล
โดยเจ้าของโพสต์ได้เล่าว่า ในขณะที่เรากำลังให้ข้าวเด็กๆอยู่ เด็กน้อยก็วิ่งตามแม่ออกมาเราก็ยืนครุ่นคิด สองจิตสองใจ จะทำยังไงดี ใจนึงก็อยากให้น้องได้กินนมแม่และเติบโตได้อยู่กับแม่ แต่อีกใจนึงเราก็สงสาร อยู่ต่อไปก็คงจะลำบาก
น้องจะมีโอกาสได้โตมั้ยก็ไม่รู้ อยู่ในป่าต่อไปคงไม่มีอนาคตแน่ๆเลย โตกว่านี้ก็คงลำบาก เอาว่ะเอาก็เอาน้องมีทั้งหมดสามตัว เราเอามาได้สองตัวผู้ชายทั้งคู่ ตัวเล็กสุดสภาพแย่มากๆ แถมน้องมีแผลตั้งแต่หัวยันหางเลย ก็เลยต้องรับน้องมาดูแล
หากใครสนใจอยากจะอุปการะก็ติดต่อไปที่เพจหมาจรสุวรรรณภูมิไปนะคะ แต่คงต้องรอให้เด็กๆมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงกว่านี้ก่อนนะ ขอบ้านที่อบอุ่นให้กับน้องๆด้วยนะ หากท่านใดสนใจก็ลองติดต่อไปที่เพจหมาจรสุวรรรณภูมิ หรือติดต่อไปยังผู้โพสต์ได้เลยนะ
ที่มา Ratchamol Na Songkhla
หนุ่มหล่อแอบมาจีบแมวสาวที่บ้าน เห็นว่าชอบพอกันก็เลยให้จีบตามสบาย แต่พอเช็คดูนางกลับไม่มีไข่
เมื่อไม่นานมานี้ผู้ใช้เฟสบุ๊กคุณ : Apple Ple Tidarat ได้เผยเรื่องราวของเจ้าเหมียวที่เขานั้นได้เลี้ยงเอาไว้ โดยเจ้าเหมียวของเขาเองมีหนุ่มหน้าหล่อพยายามเข้ามาตามจีบ ลูกสาวของเขาเอง เขาก็เลยเขียนเบอร์ติดเอาไว้ที่ปลอกคอเพื่ออยากติดต่อกับเจ้าของของน้อง เพราะแมวเขารักกันแต่น้องดันไม่มีไข่เสียนี่
.
โดยเจ้าของโพสต์ได้เล่าว่า น้องแมวตัวนี้เขามาจีบลูกสาวที่บ้านเราทุกวี่ทุกวัน เราก็เห็นว่าน้องหน้าตาดีอีกทั้งปิกาจูก็ใหญ่ เลยปล่อยให้จีบกันไปไม่กีดกันใด เพราะเด็กน่าจะชอบพอกัน โดยน้องนั้นมา 4-5 วันติดได้แล้วครับ เมื่อวานน้องหายไปไม่มา
รู้แต่ว่าน้องมีเจ้าของพอเดาๆได้อยู่ แต่ไม่มีปลอกคอนะ วันนี้น้องมาหาลูกสาวเราที่บ้านอีกแล้วตามเคย เราเลยเขียนเบอร์ใส่ปลอกคอกลับไปให้เจ้าของอยากให้เขาโทรกลับมาจะถามว่า ตัดไข่น้องทำไมยังไม่ทันได้ขี่ลูกสาวตูเลยเซง ลูกสาวเขาก็อยากมีหลัวคร้าบโธ่ลูกพ่อ...
รักแท้แพ้ไข่หาย ไอ้หนุ่มเอ้ยเจ้าไข่หายคงยังไม่รู้ตัวสินะ555 ปลอกคอที่ใส่ให้ไป เป็นปลอกคอของบ้านของผมเองครับ ตอนน้องมาน้องไม่มีปลอกคอแต่อย่างใด ผมเอากระดิ่งออกเพื่อลดเสียงและปลอกคอเป็นปลอกคอนิรภัยใส่หลวมครับผม เผื่อไปเกี่ยวติดกับอะไรจะได้หลุดได้ หวังว่าเจ้าของน้องคงจะเข้าใจน้า
ที่มา Apple Ple Tidarat
ถูกเขาเอาไว้ในกรงมาร่วม 3 ปี ไม่เคยได้มีชีวิตแม้เดินออกไปเหยียบพื้นดิน เพราะเพียงเห็นว่าตัวนั้นไร้หนทาง
เพราะชีวิตที่ไร้หนทางเลือกด้วยจะเลือกเกิดมาก็คงไม่ได้ จึงต้องทนใช้ชีวิตสักแต่ตามมีตามเกิด ด้วยเพียงเพราะเป็นจรที่ไร้แม้หนทางจะให้เลือกเดิน แม้เขาเอาใส่กรงเอาไว้นานแรมปีก็จำทน ในเมื่อตนไร้ปากไร้เสียงจะไปบอกใครเขา จึงต้องทนใช้ชีวิตแม้จะทุเราก็ในเมื่อเขาให้อยู่อย่างนี้ก็จำยอม
เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Apinan Khammee ได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวของเจ้าเหมียวรายนี้ หลังจากที่พบน้องถูกเขา่นำใส่กรงเอาไว้ และน้องก็ต้องอดทนใช้ชีวิตอยู่แบบนี้มานานแรมปี โดยทางผู้โพสต์ได้แจ้งเอาไว้ว่า 2-3 ปีแล้วที่ป้าเอาน้องมาเอาไว้แบบนี้
เพราะด้วยป้าแกมีสุนัขจึงต้องให้น้องอยู่แบบนี้ไปตลอด ไม่มีแม้วันหรือเวลาที่จะได้เหยียบพื้นดินหรือออกมาเดินเล่น เมื่อชีวิตที่เลือกไม่ได้น้องก็ต้องจำทนอยู่แบบนั้น ซึ่งน้องเป็นแมวเพศเมีย อายุ 2-3 ปี ทำหมันแล้วเชื่องมากพิกัด บางนา กทม
โดยทางผู้โพสต์ก็อยากจะฝากหาบ้านไว้กับน้องซึ่งอยากจะขอบ้านที่พร้อมจะดูแลและรับผิดชอบต่อหนึ่งชีวิตรายนี้ให้ดี และขอย้ำว่าบ้านพักพิงบ้านอาสาหรือมูลนิธิบ้านที่มีแมวเยอะๆขอผ่านไปก่อน แม้อพาร์มเม้นท์ บ้านสวนบ้านเช่าห้องแถวชุมชนแออัดที่พักราชการให้ไม่ได้
จึงอยากฝากขอบ้านที่สามารถดูแลน้องได้ในระบบที่ปิด ที่จะสามารถดูแลหนึ่งชีวิตที่ให้มีแค่พื้นที่พอจะได้เดินเล่นได้เหยียดเส้นเหยียดสาย ในเมื่อต้องถูกเขาใส่กรงเอาไว้มานานกว่า 3 ปีชีวิตนี้ไม่เคยได้ใช้กับคำว่าเดินหรือแม้จะเล่นสนุก ทั้งยังต้องทนอยู่กับของเสียของตัวเองมาโดยตลอด
ที่มา Apinan Khammee
แอบอาศัยร่องรูสะพานคอยหลบฝน ด้วยตนเป็นแม่ที่ไร้แม้ที่อยู่อาศัย ยามทุกข์ร้อนก็ไร้จะไหว้วานใคร
เมื่อเราพูดถึงหัวอกคนเป็นแม่สิ่งหนึ่งที่ย่อมทำแท้ยอมทุกอย่างเพื่อตัวลูก เพราะชีวิตของลูกนั้นสำคัญกว่าสิ่งใด ตัวแม่จะหาใหม่ได้เมื่อไหร่ก็ตามแต่ แม้ขอเพียงลูกน้อยได้กินอิ่มนอนหลับยอมฝันก็นึกเพียงแต่ลูกนี้ให้มีสุข ไม่ว่าจะต้องแลกสิ่งใดมาแม้แม่ก็ยอม
เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Pramote Khamma ได้โพสต์เล่าเรื่องราวของเจ้าเหมียวตัวน้อยสีขาวแม่ลูกนอนกกกันอยู่บนสะพานด้วยแน่นิ่ง แม้ฝนตกก็แอบอาศัยอยู่ในร่องรูของสะพานประปกเกล้า ซึ่งน้องไม่เกรงกลัวแม้ผู้คนที่ได้เดินผ่านไปมาเลยแม้แต่น้อยและก็ไม่รู้ว่าถูกนำมาปล่อยเอาไว้หรือพลัดหลงมา
ผู้โพสต์จึงอยากจะฝากให้ใครรับเลี้ยงน้องที เพราะหากถ้าตกลงไปก็อาจจะรถชนเอาได้ ด้วยผู้คนที่ได้ผ่านไปมาเห็นน้องก็เข้าไปถ่ายรูปแต่แม่และลูกก็นอนกกกันไว้ไม่ไปไหน ยามฝนตกก็แอบเข้าซ่องร่องของสะพานไป จะทำอย่างไรในเมื่อแม่นั้นไร้ที่ให้ลูกได้อยู่สุขสบาย
โดยหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปก็ได้มีผู้คนใจดีเข้าช่วยจับน้องเพื่อที่จะนำไปดูแลเอาไว้ในเบื้องต้นก่อน ซึ่งหากเพื่อนๆคนไหนอยากที่จะรับน้องแม่ลูกไปเลี้ยงก็ขอที่พร้อมจะรับทั้งแม่ลูก ก็สามารถติดต่อไปได้ที่ค้นโพสต์ได้เลยนะคะ
ขอเพียงบ้านที่อบอุ่นที่ไม่ต้องให้แม่ลูกคู่นี้มานั่งตากแดดตากฝน ขอเพียงที่ซุกหัวนอนให้ลูกของฉันได้เพียงแค่หลับสบาย
ที่มา Pramote Khamma
เดินเตร็ดเตร่เร่ร่อนตัวหนาวสั่น เมื่อตัวน้้นเป็นเพียงจรหาประทังความหิว ยามดึกทุกข์ใครเขาก็ไล่ไร้คนจะเห็นใจ
หากแม้ในชีวิตที่จะเลือกได้ใครก็คงอยากจะเกิดมาอยู่ดีมีสุขไร้ซึ่งแม้ความทุกข์ใดๆจะเข้าหา ด้วยตัวเป็นจรเลือกไม่ได้ช้ำในอุรา ยามจะหาที่หลบนอนยังไม่มีแลแม้วันนี้ตากฝนพรุ่งนี้แห้ง ยามพรุ่งนี้ฝนลงซ้ำตัวช้ำหนักหนา เดินหนาวสั่นทนทุกข์ทนเรื่อยมายามจะเข้าหาใครเขาก็ไล่ให้ไป
เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Nampetch Petch ได้โพสต์เล่าเรื่องราวของเจ้าตูบรายนี้ลงในโลกออนไลน์หลังจากที่มีผู้พบเห็นน้องตกอยู่ในสภาพที่ผอมโซ ผิวหนังแห้งและแตกทั้งฝนตกหนักตัวก็หนาวสั่นและยังได้รับบาดเจ็บ ซึ่งกลัวผู้คนไม่กล้าที่จะให้เข้าใกล้
เพราะด้วยเป็นจรเดินเร่ร่อนหากินเรื่อยไปเช้าค่ำนอนไหนยังไม่รู้หนทาง ผู้โพสต์จึงได้นำเรื่องมาลงยังโลกออนไลน์เพื่อหวังจะให้ต่อชีวิตให้กับน้อง เพราะได้เห็นจากสภาพแล้วก็สุดอาทรไม่รู้ต้องทนทุกข์มานานเพียงใด โดยพิกัดที่ได้ลงเอาไว้ พบน้องที่หมู่บ้านเขาโคก ต.เขานิพันธ์ อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี
ซึ่งทั้งนี้หากผู้ใดอยากจะช่วยเหลือหรือได้อยู่ในพื้นที่บริเวณดังกล่าวก็อยากให้เข้าช่วยเหลือที เพราะหากปล่อยเอาไว้ไม่รู้ว่าวันไหนจะสิ้นใจ โดยผู้โพสต์ก็ยังบอกเอาไว้ว่าอยากจะรักษาน้องให้หายดีก่อนที่จะนำส่งหาบ้านต่อไป จะได้ไม่ต้องมาตากแดดตากฝนตากลมหนาวเช่นนี้
ที่มา Nampetch Petch